หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555

ลำบากจังเลย


วันนี้เพิ่งขึ้นธรรมาสเทศนาให้น้องๆได้ฟังกัน เรื่องความยากลำบากในการดำรงค์ชีวิตของพวกเรากันเอง ที่ทำงานเป็นพนักงานระดับบริหารของโรงแรม หลายคนบ่นว่าเงินเดือนไม่พอใช้ งานที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็เครียด กลับไปบ้านก็เครียด ลูก-เมีย สารพัดสารเพ ไหนจะคนใช้ที่บ้านอีก (อันหลังนี่ โกหมายถึงว่าน้องๆเค้าบ่นให้ฟังนะครับ ที่บ้านโกไม่มีคนใช้ ที่เราหมายถึงลูกจ้าง บ้านโกมีแต่คนใช้ แบบที่ชี้นิ้วสั่งให้โกทำโน่นทำนี่ตลอดอ่ะ) ทำงานอยู่ในโรงแรมทุกวันนี้ มันลำบากยากแค้นเหลือแสน เค้าว่า.. แต่โกว่าไม่ใช่อ่ะ
เช้าลืมตาแคว่กตื่นขึ้นมา เข้าห้องน้ำอาบน้ำ เปิดก๊อกก็มีน้ำไหลออกมา ไม่ต้องไปตักไปหาบมาจากไหน แถมยังเป็นน้ำร้อนผสมน้ำเย็นอีกต่างหาก หน้าหนาวก็อาบน้ำอุ่นมากหน่อย หน้าร้อนก็อาบน้ำเย็น ค่าน้ำค่าไฟก็ไม่เสีย สบายดี

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเดินไปกินข้าวที่ห้องอาหาร โห... เวรและกรรมตามมาเห็นๆ อาหารวางให้เลือกอยู่ประมาณ 50 อย่าง กรูจะกินอะไรละวะเนี่ยะ ลำบากยากเย็นต่อการตัดสินใจเสียเหลือเกิน แค่นๆ ตักอาหารใส่จานมานั่งที่โต๊ะ เงยหน้าขึ้นมา น้องพนักงานเสิร์ฟเดินมายืนยิ้มอยู่ข้างๆแล้ว “รับกาแฟร้อนนะคะ” แหม.. รู้ใจซะด้วย ก็ของมันเคยเสิร์ฟกันอยู่ทุกวันนี่นา ลำบากต้องนั่งคอยแป๊บนึงอีกแล้วนะ
กินเสร็จ เด็กก็มาเก็บกวาดบนโต๊ะอาหารให้ ลำบากเราไม่ต้องเก็บเอง ไอ้ที่เหนื่อยจริงๆ ก็คือต้องออกแรงไปตวัดปากกาเซ็นชื่อในบิลล์เท่านั้น เซ็นเฉยๆเป็นหลักฐานว่าได้มารับประทานอาหารมื้อนี้แล้ว ไม่ต้องจ่ายเงินจ่ายทองแต่ประการใด ลำบากนะเนี่ยะ ที่พูดมาทั้งหมดนี่มัน 3 มื้อนะครับท่าน เค้าบังคับให้กินวันละ 3 มื้อ รวมถึงหวัดหยุดก็บังคับกลายๆว่า ถ้าไม่ออกไปเที่ยวซุกซนที่ไหนก็เข้ามากินด้วยนะ ลำบากใจมั้ยละครับท่าน

กระโดดข้ามไปหน่อยเรื่องตื่นนอนแล้วไปอาบน้ำ จะบอกว่าผ้าเช็ดตัวก็ไม่ต้องซักเองนะ ที่นอนก็ไม่ต้องอะไรมาก พอเราสะบัดตูดออกจากห้องไป เดี๋ยวเดียวก็จะมีเด็กแม่บ้านแอบย่องเข้ามาทำความสะอาดห้องให้ เค้าก็จะปูที่หลับปัดที่นอนให้เรียบร้อย เก็บกวาดเช็ดถูพื้นห้อง ทำความสะอาดห้องน้ำ เหมือนกันกับที่เค้าต้องทำให้กับห้องพักของลูกค้าที่จ่ายเงินเข้ามานอน,ฉันใดก็ฉันเพล แต่ของเราไม่ต้องเสียเงิน ลำบากมั้ยล่ะ แถมในห้องที่เค้าจัดให้นอนก็แสนจะสบาย นอนคนเดียว ตู้เตียงโต๊ะเครื่องแป้งมีพร้อมมูล ตู้เย็นก็มี ทีวีก็มี ห้องนอนก็ติดแอร์นะ ไม่ใช่เอาพัดลมมาเป่าตูดที่ไหน มันจะลำบากก็ตรงอีนอนคนเดียวนี่ละม้าง..
พูดเรื่องกระโดด ก็จะย้อนกลับไปพูดเรื่องแต่งตัวอีกนิด ทุกวันนี้โรงแรมเค้าก็ตัดเครื่องแบบให้ใส่นะ เสื้อสูท 2 ตัว กางเกงอีก 2 ตัว แต่ถ้ามันไม่พอใส่ โกว่าเอ็งก็ซื้อหามาใส่กันเองบ้างเถอะวะ จะได้ใช้เงินให้มันหมุนๆออกไปบ้าง ซักรอบก็ยังดี นอกจากนี้เค้ายังแถมมีบริการซักรีดอีกต่างหากนะพระคุณท่าน จะลำบากก็อีตอนที่ต้องไปรับ-ส่งที่ซักรีดนี่แหละ
ชีวิตพวกน้องๆ นี่มันลำบากตรงไหน(วะ) โกอยากรู้

เป็นผู้บริหารงานระดับหัวหน้าแผนก มีลูกน้องคอยทำงานเป็นแขนเป็นขาเป็นมือเป็นเท้าให้ด้วยกันทั้งนั้น ไอ้ที่จะต้องลงมือทำเองก็มีแค่ไม่กี่อย่าง จะลำบากก็อีตรงต้องคอยควบคุมให้ลูกน้องตัวเองทำงานตามที่เราวางนโยบายเอาไว้เท่านั้น ซึ่งถ้ารู้จักบริหารคนดีๆแล้ว ก็ไม่น่าจะเหนื่อยยากอะไร ตัวเราเองก็รับผิดชอบงานในหน้าที่ของเราให้ดี ก็แค่นั้นเอง
มองไปรอบๆตัวของเราในโลกกว้าง มีคนอีกมากมายก่ายกองที่เค้า “ลำบากกว่าเรา” และพวกเขาเหล่านั้น “ลำบาก” จริงๆ ลำบากประเภทที่วันๆไม่รู้จะกินอะไร ลำบากแบบที่ต้องเอาน้ำลูบท้อง เคยได้ยินใช่มั้ยครับ แต่พวกเราหลายๆคนตอนนี้รู้สึกลำบาก เพราะไม่รู้จะเลือกกินอะไร มันเบื่อๆ มันน่าจะให้อดซะให้เข็ดนะเนี่ยะ

พวกเราไม่ต้องซักผ้าเองไม่ต้องรีดเสื้อผ้าเอง ไม่ต้องกวาดถูทำความสะอาดบ้านเอง ห้องน้ำก็ไม่ต้อง มีคนทำให้เสร็จเรียบร้อย เราไม่ต้องทำกับข้าวเองไม่ต้องเก็บโต๊ะเอง ถึงเวลาก็มีคนมาปฏิบัติพัดวีให้ ยังจะมาบ่นว่าลำบาก มันลำบากตรงไหน(วะ)

ลูกน้องของเราเอง ผู้ชายเหมือนเรา มีเมีย 1 คน ลูก 1 คน สมมุติว่าเหมือนเราก็แล้วกัน แต่เค้าเงินเดือนน้อยกว่าเรา 5 เท่า ทำไมเขายังเลี้ยงชีพอาตมาอยู่ได้ด้วยเงินเดือนน้อยนิด ภาระหน้าที่ของเขาเหนื่อยยากกว่าเราด้วยซ้ำ บางคนต้องตื่นมาเข้าเวรตั้งกะตี 5 ซึ่งเราไม่เคย บางคนต้องเลิกงานเที่ยงคืน แต่พวกเราเข้าเวรเลิก 4 ทุ่มเดือนละ 3 ครั้ง ก็บ่นกันประปอดประแปดแล้ว
จะบ่นอะไรกันนักหนาจ๊ะ

ดาวลูกไก่

วันนี้ตั้งใจเข้ามาเขียนขอบคุณ "Google" โดยเฉพาะเลย แม่เจ้าเหวย เจ้าเว้ย
มันทำให้การค้นหาอะไรๆ ที่ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ถามใครๆ ก็ไม่ได้ มันง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากจริงๆ พับผ่าสิเอ้า.. ข้าพเจ้าขอคารวะ ด้วยความจริงใจ
ลองดูแหล่ข้างล่างนี่เป็นตัวอย่างนะครับ
โกเคยฟังและชอบแหล่นี้ มาตั้งแต่เมื่อประมาณเมื่อ 30 กว่าปีก่อน วันนี้นึกถึงขึ้นมา แม้แต่ก็จำเนื้อไม่ได้แล้ว หันหน้าไปถามใครก็ยาก แต่สามารถค้นได้จาก "อากู๋" นี่แหละ  

ดาวลูกไก่ (ภาค 1)
โอ้ชีวิต คิดไฉน               ใครหนอใครลิขิต
บ้างก็พูดกันผิดๆ              ว่าเป็นความผิดพระศิวะ
จึงขอศรัทธาสาธก            เรื่องยาจกจนยาก
มีสองตายายตายซาก         ปลูกรกรากอยู่ริมทางเปลี่ยว
แกเลี้ยงแม่ไก่หลง           มีลูกในกรงเจ็ดตัว
พอเช้าก็ออกริมรั้ว           จิกกินเม็ดถั่วเม็ดข้าวเหนียว
เวลาอีเหยี่ยวเฉี่ยวโฉบ        แม่ก็โอบปีกแผ่
เรียกลูกมาซุกจั๊กกะแร้       ลูกบอกว่าแม่เหม็นเขียว
ถึงคราวจะสิ้นชีวิต           เมื่อใกล้อาทิตย์อัสดง
ยังมีภิกษุหนึ่งองค์           เดินออกจากดงยืนเยี่ยว
ธุดงค์เดียวด้นดั้น            เมื่อสายัณห์ใกล้มืด
อากาศก็เริ่มเย็นชืด           พระสวมเสื้อยืดสีเขียว
อยากรู้เรื่องต่อกันแล้ว      อ่านต่อภาคสองเลยเชียว ..  

ดาวลูกไก่ (ภาค 2)
พระธุดงค์ลงมุ้ง               ตะวันก็มุ่งลับไม้
ส่วนพระจะนอนท่าไหน      ก็ไม่มีใครข้องเกี่ยว
ฝ่ายว่าสองยายตา           แกเกิดศรัทธาสามารถ
ปลุกพระให้ไปตลาด        พระเลยไปฟาดก๋วยเตี๋ยว
สักครู่หนึ่งตาจึงเอ่ย         นี่แน่ะยายเอ๊ยตอนแจ้ง
ต้องเชือดแม่ไก่แล้วแกง    ยายทำหน้าแห้งนมเหี่ยว
ฝ่ายแม่ไก่ได้ยิน               น้ำตารินไหลหล่น
น้ำตาแม่ไก่ไหลวน           เลยไหลไปปนกะเยี่ยว
ฝ่ายลูกไก่ทั้งเจ็ด              เหมือนถูกเด็ดดวงจิต
พากันโดดไปคนละทิศ       โดยที่ไม่คิดข้องเกี่ยว
ด้วยอานิสงส์ใจไม่ประเสริฐ    ลูกไก่ไปเกิดเป็นไข่เจียว ..

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การลาออกจากงาน

การลาออกจากงานมันก็มีหลายแบบ หลายขนาด แล้วแต่จะเลือกกันไปตามความต้องการของแต่ละคนนะครับ และแน่นอนที่ว่ามันมีหลายสาเหตุด้วยเหมือนกัน สาเหตุหลักๆก็คือ ได้งานใหม่ที่ไฉไลกว่าเก่า ตำแหน่งสูงกว่าเก่า และ/หรือ เงินเดือนเยอะกว่าเก่า

ส่วนสาเหตุอื่นๆ เท่าที่จะนึกออก ได้แก่ :
- ไม่มีคนดูแลครอบครัว... ข้อนี้โกสัมภาษณ์แล้วกลายเป็นว่าสามีหึงก็มีเหมือนกันนะ ส่วนมากจะเป็นพนักงานหญิงที่ออกแนวขาวหมวย 5555, มีเด็กคนนึงมาลาออกกับโก ทำหน้าเศร้ามาก บอกว่าพี่น้องในบ้านลงความเห็นว่าหนูเงินเดือนน้อยที่สุด เลยให้ลาออกไปดูแลคุณแม่ที่ป่วยอยู่ พี่น้องคนอื่นๆ จะลงขันกันจ่ายเงินเดือนหนูเอง ฟังแล้วก็ชื่นใจ ครอบครัวนี้พี่น้องรักกันดีนะ หายไป 2 เดือน ได้ข่าวว่าเข้าทำงานอีกที่หนึ่งแล้ว เอ.. แล้วคุณแม่หายป่วยแล้วหรือไร ?
- แต่งงานไปอยู่ต่างเมืองหรือต่างประเทศ, สามีให้ลาออกไปเลี้ยงลูก... ข้อนี้สงวนไว้สำหรับคุณผู้หญิงที่มีสามีรวยเท่านั้นนะครับ ผู้ชายไม่เกี่ยว ข้อนี้ก็น่าเห็นใจนะ บางทีไปจ้างเค้าเลี้ยงลูกก็ทำใจไม่ได้ ลูกเราก็ไม่ใช่ลูกเค้า โดนตีบ้าง โดนทารุณบ้างก็มี อ่านเจอตามหน้า นสพ.เยอะแยะไป
- ไปทำกิจการส่วนตัว... ส่วนมากจะเป็นแนวพวกในครัวไปเปิดร้านอาหาร ขายของก็มากนะ พวกนี้คาดว่าประมาณ 75 % จะกลับเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างอีกครั้ง 555 โกเองก็เป็นหนึ่งในนั้นแหละ ไม่ต้องพูดดีไป
- โดนย้ายไปอยู่ต่างสาขาที่ต่างจังหวัด... เห็นคำสั่งแล้วทำใจไม่ได้ ปรับตัวไม่ทัน ลาออกดีกว่า คนพวกนี้จะไปว่าเค้าเรื่องมากก็ไม่ได้นะครับ แต่ละคนก็มีความจำเป็นที่ไม่เหมือนกัน แต่สำหรับโก นายสั่งปุ๊บ โกก็จัดกระเป๋าปั๊บ แค่นั้นเองไม่เรื่องมาก สงสัยอยู่อย่างว่า ถ้านายส่งไปอยู่สาขาต่างประเทศ คนพวกนี้จะไปรึเปล่า
- บ้านไกล... ข้อนี้ก่อนเซ็นอนุมัติให้ลาออกอยากจะขอเบิร์ดกะโหลกซะทีนึงฐานหมั่นไส้ ก็แล้วตอนที่มาสมัครงานทำไมบ้านเอ็งไม่ไกลวะ เพิ่งมารู้สึกว่าบ้านไกลทีหลังเนี่ยะนะ พวกนี้ความรู้สึกช้ามาก
- เบื่อที่ทำงานเดิม... โกก็เปลี่ยนงานเพราะสาเหตุนี้เหมือนกันนะครับ
- หนีหนี้... เบี้ยวแชร์... 555 อันนี้เจ็บแสบครับ เพราะคนข้างหลังเดือดร้อนกันหลายคน เจ้ามือหวย เจ้ามือแชร์น้ำตาร่วงหลังพวงมาลัยกันมาหลายคนแล้ว บอกแล้วก็ไม่ฟังว่าอย่าเล่น อย่าเล่น
- แพ้ภัยตัวเอง... ถ้าเข้าข่ายนี้ละก็ ส่วนมากแล้วอยู่ที่ไหนก็ยากนะครับ เพราะจะเข้ากับใครเค้าก็ไม่ได้ จะเป็นพวกที่เปลี่ยนที่ทำงานบ่อยๆ และจะถูกปฏิเสธการรับเข้าทำงานบ่อยๆด้วย ไม่มีที่ทำงานไหนอยากรับคนที่เปลี่ยนงานบ่อยเข้าทำงานหรอกครับ
- ลาออกประชดเจ้านาย... ประเภทไม่ได้ปรับเงินเดือนมา 2 ปีแล้ว หรือได้ปรับนิดเดียว ลาออกดีกว่า เฮ้อ... ก็ตกงานสิครับ หางานได้เร็ววันก็ดีไป หาไม่ได้ก็เอาน้ำลูบท้องไปพลางๆ
- ลาออกเช็ค Rating... คือความจริงไม่อยากออกหรอกแต่อยากได้เงินเดือนเพิ่ม เพราะคาดว่าถ้าเจ้านายยังอยากจะให้ทำงานอยู่ด้วยกันก็จะปรับเงินเดือนเพิ่มให้ พวกนี่อัตราเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% หมายความว่า ส่วนมากจะได้ออกสมใจ เพราะ Rating ตกกระทันหัน แต่ไม่ต้องกลัวหรอกนะ เพราะคนพวกนี้เขาจะมีวิธีการแยบยล ภาพลักษณ์ดี Present เก่ง แต่ถ้าเจ้านายจับได้ไล่ทันก็ร่วง อิอิ

โกอยากจะบอกว่าคนเราที่ทำงานเป็นลูกจ้างเค้า เรามีโอกาสที่จะได้ลาออกจากงานกันทุกคนนั่นแหละครับ เพราะมันเป็นเรื่องของโอกาสในชีวิต มีไม่กี่คนหรอกครับที่เปลี่ยนงานเพียงเพราะอยากเปลี่ยน ส่วนมากก็จะเป็นการเปลี่ยนงานเพราะคาดหวังในสิ่งที่ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งสูงกว่าเดิม หรือรายได้ที่มากกว่าเดิม
เพียงแต่ว่าการจะลาออกจากงานนั้น ขอให้ท่านทำตามระเบียบบริษัทฯ ก็เท่านั้นเอง อย่าให้เมื่อเราออกมาแล้วมีแต่เสียงด่าตามหลังมาเยอะแยะไปหมด

เวลาสัมภาษณ์งาน หากใครบอกว่าสามารถเริ่มงานได้ภายใน 3 วัน 5 วัน เพียงแค่ขอเวลาไปลาออกจากที่ทำงานเก่า แบบนี้โกไม่รับเข้าทำงานเลยนะครับ ถ้าจะทำแบบนี้ก็บอกไปเลยว่าตอนนี้ไม่ได้ทำงานแล้วยังจะดูดีเสียกว่า เพราะถ้าคุณทำแบบนี้กับที่ทำงานเดิมของคุณได้ คุณก็ทำแบบนี้กับที่ทำงานใหม่ได้เหมือนกัน.

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คดีฉ้อโกง

บ่ายแก่ๆ แก่มากๆ วันหนึ่ง โกได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้างานบัญชี แจ้งความว่าลูกน้องเขาคนหนึ่งมีพฤติกรรมฉ้อโกงบริษัทฯ โดยส่งเงินไม่ครบเมื่อปิดรอบการทำงาน สอบสวนเรียบร้อยแล้วเจ้าตัวก็สารภาพว่าเก็บเงินเอาไว้เอง เจ้าของเสียงดูเหมือนจะมั่นอกมั่นใจมาก หัวหน้างานของเด็กบอกมาเลยว่า “ผมไม่อยากเก็บเด็กคนนี้เอาไว้แล้ว เดี๋ยวผมจะส่งตัวไปให้พี่ดำเนินการต่อเลยนะครับ”.

พี่หัวหน้าครับ ไอ้เรื่องฉ้อโกงเนี่ยะ ข้อหาฉะกันเลยนะครับ ผิดจริงก็เอาออกจากงานสถานเดียวเท่านั้นเอง.

แต่บังเอิญไอ้บ่ายแก่ๆ ที่ว่านั่นน่ะมันบ่ายวันเสาร์ โกก็เหงาๆอยากกลับบ้านแล้ว ก็เลยบอกพี่หัวหน้าเค้าไปว่า “เอายังงี้นะ วันนี้ให้เด็กคนนั้นมันเลิกงานกลับบ้านไปเลยก็แล้วกัน ปิดรอบนับเงินกันให้เรียบร้อย แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเจอกับพี่ กี่โมงดี สิบโมงแล้วกัน” พี่หัวหน้าเค้าก็สวนกลับมาว่า “โห.. พี่ พรุ่งนี้วันอาทิตย์” อ้าววว แล้วไง “ผมก็จะนอนตื่นสายไงครับพี่” เวงเอ้ยยย.. กรูก็หยุดวันอาทิตย์เหมือนกันนะว้อย งั้นจะมากี่โมง “บ่ายโมงแล้วกันครับพี่” เอ้า บ่ายก็บ่าย. อิอิ

ที่สุดก็มาพบกันครบถ้วน จำเลยคนนึง หัวหน้างานคนนึง หัวหน้ารอบอีกสอง แน่นห้องไปหมดเลย สอบไปสอบมา ได้ความว่า..
มีลูกค้ามากินกาแฟสองแก้ว ราคา 100 บาท ลูกค้าจ่ายมาสี่เหรียญ บวกลบคูณหารแล้วเป็นเงิน 118 บาท เกินมา18 บาท ทำไงดี ลูกค้าใจดีเลยบอกว่า ทิปแล้วกัน แต่ดันลืมบอกไปว่าทิปใคร ทิปพนักงานเสิร์ฟหรือทิปแคชเชียร์
ลืมเล่าว่าตอนจ่ายเงิน ลูกค้าไม่ได้นั่งรอที่โต๊ะแต่เดินมาจ่ายเงินที่เคาเตอร์แคชเชียร์เลย เด็กเสิร์ฟก็ยืนรอ(ทิป)อยู่ด้วย ซึ่งแคชเชียร์ก็ไม่ได้เอาเงินให้เด็กเสิร์ฟหรือเอาเงินใส่กล่องทิปหรอกนะ แต่เก็บเอาไว้เอง
แล้วมันเป็นเรื่องขึ้นมาได้ยังไง?

เจ้าแคชเชียร์ปิดรอบของตัวเรียบร้อย ดันแจ้งหัวหน้ารอบว่ามีเงินเกินอยู่ 18 บาท แต่ตอนนับเงินในซองมีเงินเกินมาจริงๆแค่บาทเดียว หัวหน้ารอบเค้าก็เลยเรียกมาถาม ถามไปถามมาก็เลยกลายเป็นว่าแคชเชียร์ไม่ส่งเงิน หรือส่งเงินไม่ครบอย่างที่เล่ามาให้ฟังนั่นแล.
แล้วโกว่าไง?
โกก็ว่า เรื่องนี้จะบอกว่าแคชเชียร์ฉ้อโกงก็ฟังไม่ขึ้นหรอกนะ เพราะลูกค้าบอกว่าเงินที่เหลือให้ทิปไม่ใช่เหรอ? มีพยานเป็นพนักงานเสิร์ฟช่วยยืนยันให้มิใช่เหรอ? ซึ่งเรื่องนี้โกก็สำทับไปแล้วว่าหากสอบพบในภายหลังว่าพยานให้การเท็จ โกเอาออกจากงานทั้งสองคนเลยนะ เมื่อพยานยืนยันหนักแน่น ข้อหาอุ๊บอิ๊บเงินหลวงก็เป็นอันตกไป

ทีนี้ทางหัวหน้าแผนกกับหัวหน้างานเค้าทำท่าจะไม่ยอมอ่ะดิ ก็เลยขุดกันมาใหญ่เลยเกี่ยวกับการทำงานที่ไม่ค่อยจะได้เรื่องของเด็กคนนั้น โกก็นั่งฟังหูห้อยไปเลย ฟังจนจบสิ้นกระบวนท่าเค้าแล้ว โกก็สรุปให้ฟังว่า
1. เรื่องโกงเงินหลวงน่ะเอาผิดไม่ได้หรอก เพราะถ้าหากว่าแคชเชียร์เอาเงินให้พนักงานเสิร์ฟไปหรือเอาใส่กล่องทิป คุณจะเอาเรื่องเค้ามั้ย? คำตอบคือไม่
2. คราวนี้พี่ท่านยกเอาข้อหาอื่นๆมาโปะใส่หัวเด็ก ถามว่าที่ผ่านมาทำไมประวัติเด็กมันถึงได้ขาวสะอาดเป็นผ้าเพิ่งซักยังงี้ ไม่เคยถูกเตือน ไม่เคยถูกตำหนิ ไม่เคยเรียกมาพบฝ่ายบุคคล อยู่ไม่อยู่คุณจะมาบอกว่าจะไม่เอาเด็กคนนี้แล้ว ฝ่ายบุคคลทำไม่ได้ ทำไม่เป็นว้อยยยยย.. เข้าใจป่าว? (คำตอบคือเงียบ)
3. ไอ้ที่ควรจะโดนด่าและโดนพิจารณาก็พวกคุณ 3 คนนี่แหละ ปล่อยปละละเลยกันมาได้ยังไง ทำไมไม่ตักเตือน ไม่จัดการอะไรไปตามขั้นตอนอย่างที่มันควรจะเป็น เข้าใจมั้ยยยยย (คำตอบเสียงอ่อยมาก)
4. ฮ่วยยยยย.. Get out of me แล้วก็แยกย้ายกันไป

แต่.. แต่ช้าแต่ อย่าเพิ่งดีใจไปว่าจะรอดนะไอ้น้อง โกเล่นงานน้องได้อีกข้อหานะจ๊ะ 5555 ข้อหาอมค่าทิปไงจ๊ะ

แล้วยังไงล่ะทีนี้ คือยังงี้ครับ ฐานความผิดต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆน่ะ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะครับ ส่วนใหญ่แล้วถ้าผิดจริงก็จะโดนออกจากงานกัน(เกือบ)ทั้งหมดนั่นแหละครับ เป็นการตัดไปเสียแต่ต้นลม เราถือว่าเงินนิดๆหน่อยๆ คุณยังเบียดบังเอาไปได้ คราวหน้าถ้าคุณมีโอกาสคุณก็จะเล่นของใหญ่จัดหนักไปเลย บริษัทฯก็สวัสดีลาก่อนเท่านั้นเอง สำหรับที่ทำงานของโก ความผิดเรื่องอมเงินค่าทิปถือเป็นความผิดร้ายแรงในหมวดการทุจริตด้านการเงินลงโทษด้วยการปลดออกจากงานสถานเดียว ถามว่ากรณีของเด็กแคชเชียร์รายนี้ จะต้องถูกลงโทษด้วยการปลดออกจากงานได้มั้ย?

โกว่า ถ้าจะใจร้ายใจดำก็ปลดได้นะครับ แต่กรณีนี้โกไม่ปลดครับเพราะตอนที่แคชเชียร์ทอนเงินให้ลูกค้า ลูกค้าบอกว่าให้ทิป ถึงจะฟังไม่ได้ชัดๆว่าให้ใคร แต่ก็ยังมีพนักงานอีกคนมายืนยันอีก เนอะ.. อีกอย่างนึงก็คือว่าบทบัญญัติของแผนกเกี่ยวกับเรื่องการอมทิปก็ไม่ได้มีบัญญัติเอาไว้ (พลาดไปแล้ว) จะไปเอาผิดเรื่องนี้แล้วปลดออกเลยมันก็กระไรอยู่นะครับ

เขียนมาตั้งยาว โกอยากบอกแค่ว่าการจะตัดสินความผิดของพนักงานไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตามขอให้ยึดความยุติธรรมไว้เป็นที่ตั้งครับ ต้องเป็นความยุติธรรมที่มาจากทั้งหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ควบคู่กันไป ยึดกฏระเบียบหรือนิติศาสตร์นำหน้าอย่างเดียวโดดๆ กลุ่มแรงงานสัมพันธ์เค้าโกรธตายเลยนะครับ.